Agile Sixty-Six Rotating Header Image

Process เป็นเหมือนรถแข่ง

เมื่อ 4 ปีก่อน เพื่อนเก่าผมโทรมาหาแล้วถามว่า “มีคนรู้จักอยากได้ คนที่จะมาสร้างทีม Development ขึ้นใหม่ สนใจไหม” ตอนนั้นผมก็ยัง Happy กับการทำงานที่เก่าอยู่ แต่ก็ไม่อยากทิ้งโอกาสก็เลยตอบว่า ลองคุยดูก็ได้ คุยกันเสร็จศัพท์ก็เลยได้เบอร์โทรมาก็เลยลองโทรไปคุยดู ก็ได้นัดวันไปคุยกันที่ร้าน Starbucks ในเย็นวันนั้นเลย เออแปลกดีวุ้ยสัมภาษณ์งานที่ Starbucks

ว่าแล้วก็ไปถึงตามเวลานัดหมายคุยกันเรื่องงานประสบการณ์ทั่วๆไป อยู่เกือบๆชม.จนมาถึงคำถามหนึ่ง เขาถามว่า “คิดว่า Process การทำงานที่ดีเป็นอย่างไร?” ผมใช้เวลาคิดอยู่ 5 วินาทีแล้วตอบว่า “ผมคิดว่า Process เหมือนรถแข่ง” เขาทำหน้าแปลกใจ และบอกว่าปกติเวลาเขาถามคนอื่นๆ จะมีแต่ไล่ยาวว่าต้องมี การเก็บ requirement แล้วไป develop แล้ว test แล้ว release ต่อ

Jon Feingersh/Stone/Getty Images

สงสัยกันไหมครับว่า Process เป็นเหมือนรถแข่งได้อย่างไร?

ในความคิดของผม เราจะสร้าง Process ขั้นตอนต่างๆก็ต่อเมื่อคิดว่า ขั้นตอนเหล่านั้น จะช่วยขับเคลื่อน งานที่ทำให้ก้าวไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น ขั้นตอนใดๆที่ทำให้งานทำได้ช้าลง ต้องกำจัดทิ้ง หรือปรับปรุงใหม่ ก็เหมือนกับ รถแข่ง นั่นเอง ทุกส่วนประกอบ ไม่ว่าจะเป็นระบบเกียร์ รูปลักษณ์ของตัวถัง ยาง เครื่องยนตร์ ทุกๆอย่างต้องออกแบบมาให้สามารถขับเคลื่อนรถยนตร์ไปข้างหน้าให้เร็วที่สุด แต่ไม่ใช่แค่ให้เร็วที่สุดอย่างเดียวเท่านั้น มันต้องควบคุมได้ดังใจ ไม่ว่าจะหักเลี้ยว ชลอ หรือเบรก แต่อย่างไรก็ดี ส่วนประกอบต่างๆของรถก็ต้องขึ้นกับลักษณะของสนามแข่งด้วย เช่น วันนี้ฝนตก ก็ต้องใช้ยางที่มีดอก เป็นต้น ซึ่งเหมือนกับ Process การทำงานเป็นที่สุด

ที่ทำงานเก่าของผม มีแนวคิดที่แตกต่างออกไป Change Request board ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อลดและกรองปริมาณ request ที่เข้ามาให้ช้าลง! เพื่องานจะไม่เข้ามามากเกินไป และเมื่อได้ request มาแล้วจะใช้เวลาตามที่ขอไปเป็นระยะเวลานาน จนได้ผลลัพธ์ออกมาตรงตามที่ request แค่ 60% สุดท้ายก็ต้องเข้า change request ใหม่เพื่อแก้ไขให้ตรงตามที่ต้องการจริงๆ แสดงให้เห็นถึงแนวคิดว่า Process มีไว้เพื่อเพิ่มขั้นตอนการทำงานให้งานที่ได้มาช้าลงให้เหมาะสมกับ resource ที่มี

แนวคิดของผม Process คือวิธีการและขั้นตอนที่ใช้ Resource ที่มี ให้สามารถทำงานได้เร็วที่สุด ให้ได้งานมากที่สุดเหมือนกับรถแข่ง ที่ต้องไปถึงเส้นชัยให้เร็วที่สุด ซึ่งตรงกับแนวคิดของ Agile อย่างไรก็ดี Process เป็นแค่ตัวช่วยขับเคลื่อนในการผลิตผลงาน หากขั้นตอนใดไม่เหมาะสมกับลักษณะสังคมหรือวัฒนธรรมในทีมงาน ก็ต้องปรับเปลี่ยน Process ให้เกิดความเหมาะสม

แล้ว process ของคุณละหมายถึงอะไร?

7 Comments

  1. Process ของผมเหมือนการเลี้ยงลูกครับ

    - Objective: ตัวลูกต้องออกมาพร้อมเผชิญโลกกว้าง
    - Process: 1. ต้องทำให้ตัวคนเลี้ยง หรือพ่อแม่มีความสุข ไม่มีความสุขก็จะเลี้ยงออกมาได้ไม่ดี
    - Process: 2. บางครั้งเราเปลี่ยนคนทางบ้านไม่ได้ แต่เราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ และทำทุกอย่างเพื่อลูก
    - Process: 3. สำหรับลูกเราเต็มที่ ไม่มีการประนีประนอม ยกเว้นจะมีประโยชน์กับ Objective หรือไม่ขัด Process 1, 2
    - Process: 4. ต้องเตรียมทางหนีทีไล่ ไว้ก่อนที่เหตุการจะเกิด เพื่อให้เราทำ Process 1, 2, 3 ได้เต็มที่

  2. roofimon says:

    ขอเปลี่ยน URL เป็นภาษาอังกฤษกับตัดหน้าตาม Author Guide นะครับ _/\_

  3. roofimon says:

    “Change Request board ถูกจัดตั้งขึ้น เพื่อลดและกรองปริมาณ request ที่เข้ามาให้ช้าลง!”
    กำลังเจออยู่เลยครับ

  4. Process ที่ดีคือ Process ที่ช่วยส่งเสริมให้เราทำงานได้มีความสุขมากขึ้น ง่ายขึ้น ฉลาดขึ้น safe ขึ้น productive ขึ้น

    Process ที่แย่คือ Process ที่คอยจำกัด ถ่วงแข้งขา พยายามเข้าควบคุม กรอบงานกรอบความคิด ช้า ไม่สอดรับกับวิธีการทำงานในทางปฏิบัติ และไม่มีความสุขขณะต้องทำงานร่วมกับมัน

    Process ที่ดีเหมือนร่าง Avatar ที่่รู้ใจ คล้ายคอนเซ็ปต์รถแข่งพี่ bomber เลยครับ :)

    ว่าแต่ไม่เห็นเล่าต่อว่าเรื่องงานจบลงอย่างไร

  5. Process คือแนวทาง อะไรก็ได้ ที่ทำให้งานเสร็จอย่างมีประสิทธิภาพ
    ซึ่งก็คงต้องปรับกันไปเรื่อยๆ ค่ะ แล้วแต่สถานการณ์

    “Process เป็นแค่ตัวช่วยขับเคลื่อนในการผลิตผลงาน หากขั้นตอนใดไม่เหมาะสมกับลักษณะสังคมหรือวัฒนธรรมในทีมงาน ก็ต้องปรับเปลี่ยน Process ให้เกิดความเหมาะสม”

    สนับสนุนค่ะ อย่าคิดแแต่จะใช้ หากไม่ทำให้ชีวิตดีขึ้น
    no silver bullet!

  6. [...] Bomber พูดไว้ว่า process เหมือนรถแข่ง ถ้า scope คำว่า process ลงมาเป็น personal process แล้ว [...]

  7. kluak110 says:

    คุณ bomber เปรียบเทียบได้เห็นภาพดีจังครับ

    หลักจากได้ผ่านหูผ่านตา(ไม่กล้าใช้คำ่ว่าศึกษา) Lean มากเข้ามากเข้า ผมก็มอง process เป็นสายการผลิตที่มีการส่งของที่ผลิตจากหน่วยหนึ่งไปยังอีกหน่วยหนึ่ง แต่ละหน่วยต่างมีงานของตนแต่ก็ต้องประสานกับหน่วนอื่น มองอีกทีก็คล้ายๆท่อลำเลียงที่คอยลำเลียงงานจากจุดหนี่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ปัญหาส่วนใหญ่ของการลำเลียงก็คือมันจะมีการติดขัด เกิดการตกค้างกลายเป็นของเสีย (waste) ต่อให้หน่วยหนึ่งเร็วขนาดแต่ถ้าไปติดที่ท่อถัดไปสุดท้ายของก็ไม่ออกอยู่ดี ลูกค้าก็ไม่ได้ value อะไรเลย

    ถ้าจะให้ลื่นไหล ก็ต้องหาให้ได้ว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการติดขัด อะไรเป็นตัวทำให้เกิด waste และปัองกันไม่ให้มันเกิด

    ในชีวิตการทำงานที่ผ่านมา ผมแทบไม่เคยเจอปัญหา technical อะไรที่แก้กันไม่ได้เลย ส่วนใหญ่เป็น waste ที่ทำให้การส่งต่อไม่ราบรื่นทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ทำที่ไม่ได้ขอ ทำแล้วไม่ได้ส่ง มีขั้นตอนไม่จำเป็น เสียเวลาุโยนกันไปโยนกันมา หมักหมมบั๊ก รอทำเสร็จทีเดียวเลยไม่ได้ส่งซะที ส่งผ่านหลายทอดจนข้อมูลบิดเบือน Mary & Tom Poppendieck ปรมาจารย์ Lean Software Development เรียกสิ่งเหล่านี้ว่า Seven Waste of Software Development ถ้ามีโอกาสจะมาขยายความนะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Plugin from the creators of Brindes :: More at Plulz Wordpress Plugins