Agile Sixty-Six Rotating Header Image

ดราม่า Agile66 – Agile Manager vs Self-Managed Agile Team

เรื่องมันเริ่มจากมีคน ไปเจอ agilethailand.org เข้า เลยเอาลิงค์มาแปะไว้ใน Agile66 FB Group
บทความหน้าแรกของ Agile Thailand ตอนนั้นคือ http://agilethailand.org/2012/01/16/agile-manager/

:x จากนั้นดราม่าก็เกิด จากการสะดุ้ง

 เปิดไปเจอ role agile manager แล้วสะดุ้ง
 ดูเหมือนเขาหมายถึง manager ที่อยู่ในองค์กรที่กำลังอไจล์กระจาย แต่ไม่เห็นสรุปว่าต้องเตรียมร่อน resume นะ
มันอาจจะเหมาะกับบางองค์กรครับ แต่อยากแค่คิดดังๆ ว่า มี manager แล้วทีมจะ self manage อย่างไร, ถ้าทีม self manage แล้วมี manager ทำไม
เหมือนๆ กับ Agile Coach มั๊งครับ…
ยิ่งอ่านแล้วรู้สึกหัวข้อจริงๆ คือ How to micro manage an Agile team
Sorry, I’m rude
IMHO. You need different level of engagement for different Agile team. For new team, you need to be more “involved”. Once the team established something, then they can be more “self-managed”.Anyway. This blog seems new. Wanna ask him/her to join us? :-)

PS. An answer Agile consult like Michael A would say ? :-)

ผมเพิ่งไปชวนน้อง(มั๊ง)เขามา 66 อย่าโหดนัก เด๋วเตลิดเปิดเปิง 555
โทษทีครับแบบอ่านแล้วอดใจไม่ได้จริงๆ”เข้าร่วม Sprint demo และตั้งคำถามอย่างน้อยหนึ่งข้อเพื่อแสดงถึงความสนใจในงานของทีมน่าตีมือมั้ยเนี่ย
เพี้ย

;-) ไม่ทันไร เจ้าของบล๊อก ซึ่งเพิ่งถูกยัดเข้ากลุ่มก็มาเอง

คอมเมนต์เกี่ยวกับ Agile manager เยอะเลยนะคะ ขออนุญาติไปตอบที่ Blog แล้วกันนะคะ
อาจจะคนละตำรา … คนละความหมายบนแกนเดียวกันไหมอะครับ … ผมว่าการประยุกต์บนองค์กรใหญ่ ๆ มันก็ต้องค่อย ๆ ปรับ matching กับของเก่าเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย และมองเปรียบเทียบกันได้
 ตัวหนังสืออ่านแล้วอาจสื่อสารไม่ได้ใจความเท่าการสนทนา interaction over document! :)  
   การพัฒนาตามแบบ Lean นั้นมีสองแบบ ครับ คือพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป (Kaizen) กับเปลี่ยนแบบพลิกฝ่ามือ (Kaikaku) ถ้าที่เราทำอยู่ดีแล้วอยากให้ดีขึ้นสัก 5-10% อาจจะใช้ Kaizen ได้ แต่ถ้าจะเอา 200% มันต้อง Kaikaku จะเอา Agile ไปใช้ ให้ได้ระดับ Hyper-productivity (ยืมทั่นจั๊วมา) มันต้องทำแบบนี้ ไม่งั้นไม่เห็นผล
   http://www.noop.nl/2011/09/21-concrete-practices-for-agile-managers-part-2.html
   อ่า อันนี้ ใข้การคาดเดาเอานะคะ ว่ากำลังเกิดอะไร แต่อาจจะเข้าใจผิด แล้วมันก็ดีอยู่แล้วก็เป็นได้คือ บางคนในนี้ ไม่ได้ไปเรียน scrum master course กะพี่ๆอ่ะนะคะ แป๋มยังโชคดีมี Nattanicha มาเล่าให้ฟัง แถม fb นี่ก็ไม่ได้เป็นที่ organize บอกไว้ว่า เออ เนี่ยมี blog ตรงนี้ให้ไปอ่านมาก่อน ไม่ว่าจะ content เรื่อง scrum ไม่ควรมี project manager หรือ insider joke นี่ อาจจะทำให้เข้าใจผิดกันได้ง่ายๆ โดยเฉพาะ sorry i’m rude เนี่ย
   อ่านต้นฉบับแล้วครับ มีหลายจุดที่อยากชี้แจง (เรียกว่าเล่าดีกว่า เรื่องมันเหมือนสั้น แต่ความจริงซับซ้อนมาก) วันนี้ไม่ไหวขอเป็นพรุ่งนี้นะครับ ถ้ารู้สึกไม่ดีขออภัยด้วยจริงๆ บอกมาได้ว่าอยากให้หยุดผมจะหยุดทันที ที่ผมจำเป็นต้องบอกออกไปดังๆ นั้น เพราะ Agile มันมีหลุมบ่อเยอะ ตกลงไปได้ง่าย แล้วพอตกแล้วมันทำให้เราหลงผิด แล้วก็มักกลายเป็นว่าอไจล์ไม่ work หรือทำให้คนอื่นรู้สึกรับไม่ได้กับอไจล์ ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยตกหลุมพรางพวกนี้แต่เพราะตกบ่อยเลยรู้จักมันเยอะ เลยพอเห็นว่ามีคนอาจจะตกก็ทำใจไม่ได้ต้องรีบออกมาพูด แต่มันเข้าใจยากน่ะนะ เข้าใจได้ Please don’t take it personally
   หลังจาก คิดมาวันหนึ่ง ผมผมควรจะจบซะ ขออภัยทุกท่านที่ทำให้เกิดเฟลมขึ้น
 แง้วว ก็ไม่ได้หมายความว่าอย่างน้านนน คือ แค่ประมาณว่า อาจจะต้องอธิบาย background กันมากขึ้น จะได้แชร์ความรู้กันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นไรงี้ – -”  
 เก๋ว่า Agile manager ในมุมมองนั้น เป็นคนที่ดูแลว่า “พวกแกยัง Agile กันอยู่ใช่มั๊ย ใช่มั๊ย ใช่มั๊ย” โดยแว๊บๆ เข้าไปประชุมทุกโปรเจคดูลาดเลา ถ้าเป็นบริษัททั่วไป ก็คงเป็นผู้บริหารของเรา ที่โปรเตอุส เก๋ก็มองว่า เบน เป็น Agile manager ในมุมมองของ Agile Thailand  
อยากแชร์ความเห็นครับ ผมเดาเอาเองว่าคำว่า manager ใน Agile manager ชวนให้พี่ Kamon นึกถึง Project Manager แต่เท่าที่ผมอ่านบทความดูว่าทำอะไร ชวนให้ผมคิดว่าคำว่า “manager” นี้ เค้ากำลังหมายถึง manager ใน Championship manager หมายถึง manager ของทีมฟุตบอลที่คอย support coach อีกทีครับปล.- พี่กรอย่าเรียกผมว่าทั่นเลยครับ น้องก็พอ ผู้น้อยรับไม่ไหว ^ ^”

:mrgreen: นึกว่าจะจบแล้ว แต่ก็ดันมีคนมาสุมไฟอีก

นึกถึงเพลงลูกเสือ โอ้เมื่อมีไฟไฟไฟลุกขึ้นเจิดจ้า เราทั้งหลายต่างมาพร้อมหน้ากัน เพราะวันนี้มีสุข หมดความทุกข์ใดๆทุกสิ่ง อย่าประวิงอะไรกันเล่า ผงกหัวพลัน (มั่วแล้ว)
พี่ต้องการสื่ออะไรคะ น้องไม่เข้าใจ 555
ปรมาจารย์แบสกล่าวไว้ในห้องเรียนอย่างน่าสนใจว่า เหล่า manager ทั้งหลายในบริษัท คือความท้าทายของการทำ Agile ในองค์กร เนื่องจาก Agile นั้นมีเป้าหมายให้ทุกทีม self-manage ดังนั้นเมื่อถึงจุดที่ทุกทีมเติบโตอย่างเต็มที่แล้ว จึงไม่ต้องการมี manager อีกต่อไป แต่ว่าในระยะแรก คนที่ทีมต้องการการสนับสนุนมากที่สุดก็คือ manager นั่นเองแน่นอนว่า องค์กรขนาดใหญ่ ย่อมมี manager เยอะ จะให้ไล่ออกหมดตอนแรกก็คงยุ่งเหยิง ต้องค่อยๆเป็นค่อยไป แต่เป็นที่แน่แท้ว่า สุดท้ายแล้ว ก็คงไม่ต้องมีเยอะนักหรอก manager เนี่ย ถ้าทีม self-manage ได้ ถ้าเป็น Scrum คุณ manager ต้องถามตัวเองว่าอยากเป็น developer
อยากเป็น product owner
อยากเป็น scrum master
หรืออยากไปเป็น manager ที่อื่น (ลาออกไป)กลับไปอ่าน http://www.noop.nl/2011/09/21-concrete-practices-for-agile-managers-part-2.html ก็ได้อารมณ์คล้ายที่ Kamon รู้สึกนะว่า มันเหมือนพยายามหาอะไรให้ตัวเองทำ มากกว่าที่จะมุ่งให้ทีมเป็น self-manage สุดท้ายก็คงต้องถามตัวเองว่า สิ่งที่ทำมันสอดคล้องกับ 4 values & 12 principles หรือไม่ อย่างไร
 เหมือนผมจะสื่อสารไม่ดี ผมลองจินตนาการเปรียบเทียบทีมของเรากับทีมฟุตบอล ทีมคือเหล่านักเตะตำแหน่งต่างๆ agile coach คือ coach ที่พาทีมไปยัง goal (จุดหมายนะครับ ไม่ใช่ยิงเข้า) แล้ว agile manager เป็น Alex Ferguson แล้วลองอ่านบทความใน Agile Thailand ใหม่จะ make sense ขึ้นเยอะเลยครับ  
    ผมไม่คิดว่า Agile Coach ต่างกับ ScrumMaster (ดีๆ) มากนัก แต่ Agile Manager ในที่นี้บอกว่าต้องหาเวลาไปกินข้าวกับ ScrumMaster จะได้เข้าใจว่าเขาคิดอะไรกัน “Have regular lunches with the team and/or the ScrumMaster to better understand what they’re thinking.” ผมว่าไม่ใช่ Agile Coach แล้วหละสงสัยต้องเปลี่ยนชื่อจาก Agile66 เป็น Agile เกรียน 555
  ผมก็คิดว่า Agile coach คล้ายกับ Scrum Master ที่ผมสงสัยคือทำไมทีมฟุตบอลมี coach แล้วต้องมี manager อีก manager ของทีมฟุตบอลทำอะไรบ้าง? แล้วทำไมใน scrum ถึงมีแต่ coach แต่ไม่มี manager ทั้งๆทีมฟุตบอลก็ self-manage เหมือนกันปล.
- ผมเห็นด้วยว่าทีม Scrum ไม่ต้องการ project manager
- ที่ผมกำลังคิดคือเราตีความ Agile manager ผิดกันอยู่หรือเปล่า? เรากำลังคิดว่า Agile manager คือ Project manager พยายามจะ Agile หรือเปล่า? ผมลองมองเหมือนเก๋คือ Agile manager เป็นเบน หมายถึงเราไม่มี Project manager แล้ว มีแต่ Scrum master กับทีม แต่ Agile manager เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังหลายๆทีมอีกที (เหมือนทีี manager ของทีมฟุตบอลทำกับ coach)
 
 หลายอย่างในบทความ Agile Manager ที่ list มา เก๋ก็ไม่เห็นด้วยค่ะ แต่ก็มีบางมุมมองที่เก๋เห็นว่า เออ ใช่ มันก็คล้ายกับบางอย่างในองค์กรนะ และพยายามเข้าใจสิ่งที่เค้าเขียนอย่างเปิดใจ (เพราะแต่ละองค์กรก็ Agile ได้ไม่เหมือนกัน) แต่จริงๆ เก๋มองว่า ถ้าจะมีจริงๆ Agile Manager มันควรเป็นไปอย่างธรรมชาติ และต้องเป็นคนที่เข้าใจ Agile จริงๆ เท่านั้น ไม่ต้องฝืนเป็น เพราะเหมือนกำลังพยายามอะไรบางอย่าง ไม่ได้เข้าใจบทบาทจริงๆ ของตัวเอง การเขียนเป็น concrete practices อย่างในบทความ คงมีคนไม่เห็นด้วยเยอะ เถียงกันไม่มีวันจบ  
   อ่านสามรอบแล้ว ต้นฉบับภาษาอังกฤษอ่ะนะ คิดว่าตีความไม่ผิดนะ แต่อาจตีเข้าข้างตัวเอง อิอิ อ่านแล้วเห็นภาพว่า Agile Manager คืออดีต Dev Manager ที่อยู่ในองค์กรขนาดใหญ่ (พนักงานเป็นร้อยเป็นพัน มี hierarchy ชิน command & control ) ที่กำลังงงๆก๊งๆว่าตอนนี้มีนโยบายของบริษัทว่าจะไป Agile แต่ไม่เห็นมีตำราเล่มไหนบอกว่าตัวเองต้องทำอย่างไร อาจจะ get กว่านี้ถ้าเข้าใจอารมณ์ corporateส่วนตัวคิดว่า self-managed Agile team ต่างกับทีมฟุตบอลคือ team จะเป็นคนประสานงานกับ team อื่นเอง โดยไม่ผ่าน proxy อย่าง manager
  ผมว่ามันทำให้เห็นภาพ ว่าระหว่างทาง ที่จะเปลี่ยน corporate -> agile จะเกิดอะไรขึ้นนะครับ อาจจะไม่ถูกต้องกับ principle แต่นี่แหละ สิ่งที่จะเกิดขึ้นจริงครับ  
   Concrete Practices for Agile Manager ฉบับเกรียน
1) Support team toward self-managing e.g. no manager needed
2) Pick your role once team is self-managed, e.g. be part of the team (coding), be a product owner, be a scrum master/agile coach, or find a job else where.
 อ่านแล้วนึกถึง แบบนี้พิกลๆ…
“ไปหาอะไรที่มันก่อเกิด “ผลงาน” จริงๆซะ!!” ^^”

:razz: สาระเข้มข้นมากในตอนท้าย

เหมือนยิ่งทำให้เฟลมเลย ผมชี้จุดให้ดีกว่า มีข้อหนึ่งที่พูดถึง gemba walk มันเป็นศัพท์เฉพาะทางลีนครับ ชี้ให้เห็นว่าบทความนี้เป็นลีนครับ หลายคนคิดว่าลีนเป็นอไจล์สาขาหนึ่งแต่ความจริงลีนมีมาก่อนนานมาก แล้วก็มีความแตกต่างกันพอสมควร ถ้าจะอ่านบทความนี้ให้เข้าใจต้องรู้ลีนก่อน ส่วนตัวผมไม่ชอบสอนให้เริ่มลีนก่อนเป็นอไจล์เพราะมันซับซ้อนและอันตรายกว่ากันมาก
 เหมือน โพสของพี่ Kamon โดนอุ้มไปแล้ว X-D ขอก๊อปคำตอบที่เคยพิมพ์ไว้มาแปะที่นี่นะครับทุกๆ ท่านที่เชี่ยวชาญทางด้านอไจล์และโพรเสสทั้งหลายที่เคยคุยด้วย ลงความเห็นตรงกันว่า “No processes fits all” ครับ. ผมก็ยังเชื่อว่า Agile ไม่เหมาะกับทุกๆ งาน (จะโดนรุมมั๊ยเนี่ย ^^”).(ScrumBut)(Reason)(Workaround)คนส่วนมากจะไม่ได้บอก Workaround ที่สมเหตสมผลมานิครับ การ Modify process ก็เหมือนแก้โค้ดล่ะมั๊ง ถ้าไม่เข้าใจว่ามันทำอะไร ไปแก้ๆ มันก็มีบั๊กแหละครับ อย่างใน CMMi เข้าก็บอกเลยว่า lvl2. นะ คุณควรจะทำ Requirement management นะ ถ้าทำแล้วมันจะทำได้ชีวิตคุณดีขึ้นแบบนี้…. ถ้าไม่ทำมันจะทำให้ชีวิตเศร้าอย่างนี้…. ถ้าเข้าใจว่าสิ่งที่ตัดมีผลอย่างไร ก็คงโอเคครับแต่เห็นด้วยกับคุณ Korn4d อย่างนึงว่า SCRUM มันก็ light มากแล้วนะ ถ้าจะตัดอะไรออกไป ส่วนมากมันมักจะเป็นเพราะเราขึ้เกียจมากกว่านะ ^^ หลายๆ อย่างดูเหมือนกับว่า เป็นเพราะเราไม่ได้เป็นทีมตามอุดมคติของสกรัม (co-location, product owner on site, small). ก็เลยมีปัญหาไม่ลงล็อคบ้างอ่ะครับส่วนเรื่อง Role ของ Agile Manager นะ ผมไม่เห็นว่าจะมีข้อเสียหายอะไรเลยครับ ถ้าพูดกันภาษาวัยรุ่น ก็คงเป็นคำว่า Agile Evangelist หรือ Agile Coach มั๊งครับ ตามลิงค์ก็ดูเหมือนเป็น Best Practices ที่เค้าเอามาเล่ากัน ว่าถ้าจะผลักดันให้บริษัท ทำ Agile แบบยั่งยืน ต้องมีการดูแลยังไง.แน่นอนว่า อไจล์เข้มข้น ก็จะบอกว่า ทำไม่ได้ๆ มันต้ิอง Self-manage ต้องให้ทีมคิดเอง แต่ผมว่าช่วงแรกๆ ก็ต้องมีโค้ชอยู่ดีแหละครับ เหมือนตอนเด็กๆ พ่อกับแม่ ก็ต้องเลี้ยงเราใช่มั๊ยครับ โตๆ ขึ้นเป็นแล้วก็ self-manage กันได้ ถึงโตแล้วยังต้องมีโค้ชเลยครับ ทำไปนานๆ บางทีลืมไปว่า ยังต้องปรับปรุงจุดไหนบ้าง.
มหากาพเลยนะครับเนี่ย … ผมเองไม่ลีน ไม่อไจน์เข้าเส้นเท่าทุกท่านนะครับ แต่เข้าใจว่าถ้าองค์กรใหญ่ ๆ เขาไม่ได้เจอปัญหาขนาดหนักเนี่ย ก็ต้อง Kaizen ไม่มีใครจะเสี่ยงขนาด Kaikaku แน่ ๆ ครับ ส่วนตัวชอบที่ Sunai บอกว่าอาจจะไม่ถูกต้องตาม principle แต่มันเกิดขึ้นจริง … ส่วนที่พี่ Kamon เคยเจอหลุมแล้วเอามา Share กันแบบนี้ผมว่าดีมากเลยครับ ไม่อยากให้หยุดแค่ตรงนี้ บางครั้งบางคนเอาความเข้าใจของตนมาเล่าซึ่งอาจจะไม่ตรง ไม่ถูกต้อง 100% แต่มันก็ใช้ได้ในมุมมองเขา … ยิ่งเราอ่านเราแปลของเขาเชื่อเขาไปแล้วลองเอามาทำดูมันก็เวริ์คเนี่ย ถ้ามีคนมาบอกว่ามันผิดมันไม่ถูกต้องเป็นผมก็เถียงตายเหมือนกัน … ยาวนานแบบนี้น่าเอาไป Share ใน agile66 นะครับ
Agile ถ้าไม่ทำทั้งหมดด้วยกัน มันรอดได้ยากครับ นึกถึงทำ TDD โดยที่ไม่มี Continuous Integration. หรือทำ Story Point/Planning แต่ไม่มี burndown chart. etc.ทุกคนที่คุยด้วยเห็นค่อนข้างตรงกันว่า process ตอนเริ่มๆ จัดให้มันหนักๆ เต็มๆ ก่อน แล้วค่อยตัดสิ่งที่ไม่ชอบออกจะดีกว่าครับ
@Karan “ไม่มีใครเสี่ยงขนาด kaikaku แน่ๆ” ตรงข้ามเลยครับ ยิ่งใหญ่ยิ่งต้องทำ ไม่งั้นตาย ยกตัวอย่าง Toyota ตอนออก Prius เพื่อสร้างรถที่วิ่ง 30 km/l หรือ Apple ตอนออก OS X ที่ไม่ compat กับ 9.x ลองเทียบกับคนที่ไม่ยอมทำ อย่าง ms ที่ออก vista หรือ nokia สิ ไม่อยากอ้าง kodak
ขอแสดงความเห็นบ้างครับ
Role ใน Blog ที่ Post น่าจะเป็น Agile Champion มากกว่า Coach ครับ
เหมือนอย่างที่เขียนไว้ใน Blog น่ะครับ คือเป็นผู้ผลักดัน (และขอแถม ว่าเป็นผู้ให้กำลังใจ
และสนับสนุน) องค์กรให้เป็น Agile ขึ้นน่ะครับ
ตัว Champion นั้นจะเป็นคนในทีมหรือคนนอกทีมก็ได้ ส่วนมากจะเป็นคนที่กระตือรือล้น และโน้มน้าวคนได้เก่ง ถ้ามีตำแหน่งใหญ่โตด้วยก็จะเป็นโชคดีมหาศาล
อย่าลืมนะครับว่าคนทั่วไปอาจจะไม่ได้สนใจที่ทีมจะเป็น Agile หรือไม่ บางคนไม่ชอบที่เขาอู้งานแบบเดิมไม่ได้ บางคนใจร้อนอยากเห็นผลเร็วๆ และไม่ทุกคนที่จะมี Passion เหมือนกับคนใน group นี้ ฉะนั้นการเปลี่ยนองค์กรมันต้องมีหลายๆเทคนิค หลายๆสิ่งที่จะมา influence บางทีมอาจจะอยากเปลี่ยนอยู่แล้วแค่ไม่รู้ว่าจะทำยังไง อันนี้ Coach จะจำเป็นกว่า Championส่วนข้อควรปฏิบัติที่ลิสต์มานั้นบางอันผมมองว่ามันเป็นเหมือนเป็นเทคนิคที่จะเอาไปใช้ในหลายสถานการณ์น่ะครับ เข้าใจว่าเป็นการ brainstorm จากประสพการณ์จริงของคนที่เคยทำมา เวลาเอามารวมกันโดยไม่มีบริบทมันเลยดูแหม่งๆไปนะครับส่วนประเด็นที่ว่าเป็น Agile แล้วต้องมี Manager ไหม
ผมมองว่าทีมเนี่ยมันมี overhead ในการทำงานอยู่ ไม่มีทางที่จะสามารถเอาเวลาทั้งหมดมาทำให้เกิดงานได้ 100% ครับ มันก็จะมีสิ่งที่ไม่ใช่งานโดยตรงที่ก่อให้เกิด end result แต่ก็ยังจำเป็นที่จะมีิอยู่ ก็อยู่ที่ว่าจะจัดสรรกันยังไง จะให้ทีมแบ่งเวลาไปทำ หรือบางทีมจะหาคนมา แบ่งเบาภาระแทน ซึ่งก็แล้วแต่ว่าเราจะเรียกว่าอะไร เช่น Scrum Master, Iteration Manager …
ถ้าเห็นด้วยกับจุดนี้ ผมว่าก็น่าจะมีนะครับ Manager (or Master) เนี่ย เพียงแค่จะเปลี่ยนจากการไปสู่จุดหมายปลายทางจากการสั่งงานจากเบื้องบน (top down) เป็นคน support ทีมให้ทีมได้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
การเถียงกันด้วยเหตุด้วยผล เป็นสิ่งที่สังคมไทยยังขาดอยู่อีกมาก
ผมรู้สึกดีที่เห็นการแลกเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นใน Agile66
จึงอยากบันทึกไว้ให้มันไม่หายไปกับ FB Group Feed ซึ่งตอนนี้พรั่งพรูเหลือเกิน
ขำๆนะครับ

6 Comments

  1. Korn4D says:

    พรั่งพรู

  2. เนื้อหาสุดเข้ม กะคอมเม้นต์สุดโดน เป็น group ที่ดีที่สุดเท่าที่เจอมาเลยครับ

  3. roofimon says:

    drama addicted มากเลยครับ

  4. kluak110 says:

    แก้คำผิดแล้วครับ ขอบคุณ คูณภรรยา และ Korn4D

  5. Anonymous says:

    หา DRAMA ไม่เจอ T_T

    1. Chokchai says:

      Chokchai Phatharamalai likes Anonymous’s comment (^-^)b

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Plugin from the creators of Brindes :: More at Plulz Wordpress Plugins