Agile Sixty-Six Rotating Header Image

ผมไม่เขียน User Story

เป็นเรื่องที่ซ่อนอยู่ในเรื่อง “พอดี” อีกทีอย่างที่ผมพยายามบอกไปแล้วว่าใน Scrum เราเรียกของที่อยู่ใน Product Backlog ว่า Product Backlog Item และก่อนหน้านี้ผมเองก็เคยสงสัยมากและเข้าใจไปเองเสมอว่าเจ้า Product Backlog Item นี้มันคือ User Stroy แต่หลังจากเวลาผ่านไปสักพักผมก็ได้รับข้อมูลต่างๆมากขึ้นและได้พบว่าจริงๆแล้วของสองสิ่งนี้ไม่เหมือนกันเลยยยยย
แต่ก่อนอื่นเราไปดูว่า User Story คืออะไรก่อนและคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับ User Story ได้ดีมากๆเล่มหนึ่งคือหนังสือของ Mike Cohn ที่มีชื่อว่า “User Stories Applied” ดังนั้นผมเลยยึดถือเอาข้อมูลของพญาแพะภูเขาคนนี้เป็นหลักนะครับและถ้าเราไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเราจะได้พบนิยามที่น่าสนใจของ User Story เขียนไว้ดังนี้

“User stories are often written on index cards or sticky notes, stored in a shoe box, and arranged on walls or tables to facilitate planning and discussion. As such, they strongly shift the focus from writing about features to discussing them. In fact, these discussions are more important than whatever text is written.What is User Story, Mike Cohn

สำหรับผมหลังจากที่ได้อ่านคำอธิบายนี้ผมพบว่าผมชอบประโยคสุดท้ายที่เขียนไว้ว่า “การสนทนาที่เกิดขึ้นมีค่ามากกว่าตัวหนังสือที่เขียนลงไป”สิ่งนี้ทำให้ผมรู้สึกได้เลยว่าผม “จะไม่เขียน User Story” ถ้าไม่จำเป็นเพราะอะไรก็เพราะ

  1. Scrum ไม่เคยบอกให้เราเขียน User Story แต่ส่วนใหญ่คนจะนิยมเขียน Product Backlog Item ด้วย User Story ดังนั้นผมเองจึงคิดว่า ถ้าเราคิดว่า Product Backlog Item เขียนได้แค่ User Story ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราเข้าใจว่า Agile คือ Scrum นั่นแหละ
  2. จริงๆแล้วสิ่งที่เราต้องการได้คือการสนทนาที่ที่เกี่ยวข้องกับ PBI นั้นๆและมันจะนำไปสู่ข้อตกลงว่าเราจะทำ Item นั้นๆให้เสร็จได้อย่างไร และทีมกับ Product Owner จะต้องเข้าใจตรงกันดังนั้นสิ่งที่เราต้องการคือ Conversation and Confirmation ต่างหาก
  3. ตัวหนังสือ As a และ I want และ So that เปลืองเกินไปและที่หนักกว่านั้นบางทีเราก็นั่งถกกันนานนะว่าจริงแล้ว So That นี่เป็นของบังคับหรือไม่บังคับ ปวดกระบาลได้อีกว่าแบบนี้ของแท้แบบนี้ไม่แท้ ซึ่งจริงๆแล้วของทีเราเขียนเขียนอะไรก็ได้ที่สือสารให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องอ่านแล้วเข้าใจก็พอ อันนี้ไม่ต่างจากคำถามที่ว่า “ที่นี่เป็น Agile ป่ะ”
  4. บางครั้งก็ตลกดีที่เห็นคนพยายามเขียน Bug ให้เป็น User Story
  5. บางครั้งก็น่ารักดีที่เห็นคนเขียน Technical Works เป็น User Story
  6. บางครั้งก้ยิ้มๆเวลาที่มีคนเขียน Knowledge Acquisition เป็น UserStory

product backlog item

 

ตัวอย่าง PBI จาก Scrum Alliance

ดังนั้นสำหรับผม Product Backlog Item จึงเขียนรูปไหนก็ได้ที่ทำให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอ่านแล้วเข้าใจว่าทีมกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งเท่าที่ผ่านมาผมก็ได้เห็นวิธีเขียนที่แตกต่างกันออกไปทุกที่ที่ไปและมันก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างของการร่วมใจกันออกแบบวิธีการสือสารของทีม การขียน Product Backlog Item จึงเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมที่สร้างความสวยงามของแต่ละบริษัท จงภูมิใจในวัฒนธรรมของตัวเองครับ :)
As a user I want to write product backlog item in my way, so that I don’t write it in User Story Format :)

3 Comments

  1. disqus_nXJI7t6D5N says:

    ขอบคุณครับ

  2. Peerawat Poombua says:

    เจอคัพท์ชั้นสูงอีกแล้ว Knowledge Acquisition แปลว่าอะไรครับพี่

Leave a Reply

Your email address will not be published.

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

Current month ye@r day *